แอร์มีกี่ประเภท และมีกี่ลักษณะ อะไรบ้าง

แอร์มีกี่ประเภท
ก่อนที่จะเลือกซื้อแอร์ควรรู้ประเภทของแอร์นั้นเบื้องต้นก่อนว่ามีกี่ชนิดและมีการใช้งานที่เหมาะกับใช้งานตามที่ต้องการหรือไม่

แอร์มีกี่ประเภท

เคล็ดลับในการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศ หรือแอร์อย่างแรก คือ การรู้จักและเข้าใจเกี่ยวกับแอร์มีกี่ประเภท แอร์แต่ละรุ่น เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสียของแอร์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณได้รับความคุ้มค่า คุ้มราคาในการตัดสินใจซื้อแอร์ที่เหมาะกับบ้าน ที่ทำงาน และตรงตามความต้องการของคุณมากที่สุด ชนิดแอร์ แบ่งออกได้ 3 แบบ ได้แก่ 1.เครื่องปรับอากาศ แบบหน้าต่าง 2.เครื่องปรับอากาศ แบบแยกส่วน 3.เครื่องปรับอากาศ แบบเคลื่อนย้ายได้

ประเภทของแอร์แอร์ตามท้องตลาด

1.แอร์หน้าต่าง Window Air Conditioner (Window Type)
2.แอร์ฝังฝ้าเพดาน Cassette Type Air Conditioner
3.แอร์ติดผนัง (แอร์วอลไทป์ Wall Type)
4.แอร์แบบตั้งหรือแบบแขวน (Ceiling/floor type)
5.แอร์ตู้ตั้ง (Package type)
6.แอร์แบบเคลื่อนที่ ( Movable type)

ลักษณะการปรับอากาศ

1. การปรับอากาศเพื่อการอยู่อาศัย (Residential Air Conditioning)
เป็นการปรับอากาศที่มุ่งส่งเสริมความสบายเชิงความร้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของผู้คนที่อาศัยหรือทำงานอยู่ในที่บริเวณนั้นๆ และแบ่งออกเป็น2ระบบ คือ

  • ระบบน้ำยา ( Direct Expansion System ) ขนาด 1-25 Ton ความเย็น นิยมใช้กับบ้านพัก  คอนโดมิเนียมที่พักอาศัย  สำนักงานที่ไม่ใหญ่มาก
  • ระบบ Packaged Unit ( มี Compressor คอยล์ร้อน คอยล์เย็น พัดลมอยู่ในเครื่อง )
    เป็นการระบายความร้อนด้วยอากาศ ( 15 – 30 Ton ความเย็น ) และระบายความร้อนด้วยน้ำ ( 15 – 45 Ton ความเย็น ) นิยมใช้กับ Office condominium ซึ่งแบ่งแยกความเป็นเจ้าของในแต่ละ Unit โดยส่วนกลางจะจัดหา Cooling Tower และ Pump ให้ ระบายความร้อนจากเครื่อง Package ให้ ซึ่งค่าไฟฟ้าแยกจ่ายตามแต่ละ Unit

2. การปรับอากาศเพื่อเชิงพาณิชย์และเชิงอุตสาหกรรม (Commercials and Industrials Air Conditioning)
เป็นการปรับอากาศเพื่อควบคุมภาวะบรรยากาศในกระบวนการผลิต การทำงานวิจัย และการเก็บรักษาผลผลิตต่างๆ

  • ระบบน้ำเย็น ( Chilled water system ) ระบายความร้อนด้วยอากาศ Air Cooled Chiller ( 40 – 200 Ton ความเย็น ) และระบายความร้อนด้วยน้ำ Water Cooled Chiller ( 100 – 1,500 Ton ความเย็น ) นิยมใช้กับเจ้าของที่เป็นเจ้าของอาคาร และต้องการจ่ายค่าไฟฟ้าเอง เช่น โรงแรม  ศูนย์การค้า  สำนักงาน เป็นต้น

สิ่งที่สำคัญนอกจากการเลือกซื้อแอร์ใหม่ การคำนวณค่า BTU และเลือกซื้อน้ำยาแอร์ ที่เหมาะสมกับระบบเครื่องปรับอากาศของเราก็เป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะน้ำยา R22 ถูกนำมาใช้ในแอร์ หรือเครื่องทำความเย็นเกือบทุกรุ่น เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งปัจจุบันน้ำยา R22 ถูกแทนที่ด้วยน้ำยา R32, R407C และR410A ยังคงนิยมใช้ในแอร์รุ่นใหม่ ๆ เพราะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่ทำลายโอโซนอีกด้วย

สั่งซื้อน้ำยาแอร์คลิ๊ก LINE : @ fillkool